Close Menu
    Facebook X (Twitter) Instagram
    golfcoursethai
    • Home
    • ข่าวสารล่าสุด
    • ความบันเทิง
    • สุขภาพ
    golfcoursethai
    สุขภาพ

    ไม่ใช่แค่ เกลือ บนโต๊ะอาหาร: ระวังแหล่งโซเดียมที่ซ่อนอยู่ในอาหาร

    Jesse FosterBy Jesse FosterAugust 24, 2025Updated:August 24, 2025No Comments2 Mins Read

    หลายคนเข้าใจว่าโซเดียมหรือ เกลือ มีอยู่เพียงแค่ในเครื่องปรุงที่เราใส่ในอาหาร เช่น เกลือแกง น้ำปลา หรือซอสถั่วเหลือง แต่ความจริงแล้ว โซเดียมแฝงอยู่ในอาหารสำเร็จรูปและของกินหลายชนิดที่เราคาดไม่ถึง การบริโภคโซเดียมเกินความจำเป็นเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไต บทความนี้จะพาผู้อ่านทำความเข้าใจว่าแหล่งโซเดียมที่ซ่อนอยู่มีอะไรบ้าง และวิธีป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับเกลือมากเกินไป


    โซเดียมคืออะไร และทำไมต้องระวัง?

    โซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการเพื่อรักษาสมดุลของของเหลว การทำงานของระบบประสาท และการหดตัวของกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม การได้รับโซเดียมมากเกินไปจะทำให้ร่างกายเก็บน้ำไว้ ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเพิ่มภาระให้กับหัวใจและไต

    องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรได้รับโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับเกลือประมาณหนึ่งช้อนชา แต่จากการสำรวจพบว่าคนทั่วไปบริโภคโซเดียมเกินมาตรฐานหลายเท่า โดยที่ไม่รู้ตัว เนื่องจากโซเดียมแฝงอยู่ในอาหารที่เรากินเป็นประจำ


    แหล่งโซเดียมที่ซ่อนอยู่ในอาหาร

    อาหารแปรรูป

    อาหารแปรรูปเป็นแหล่งโซเดียมที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างเช่น ไส้กรอก แฮม นักเก็ต และอาหารกระป๋อง มักมีการเติมเกลือและสารกันบูดที่มีโซเดียมเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา

    ตัวอย่างอาหารที่ควรระวัง
    • ไส้กรอกและแฮม: มีโซเดียมสูงจากกระบวนการหมักและปรุงรส
    • ปลาและผักกระป๋อง: เติมเกลือเพื่อถนอมอาหาร
    • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป: ซองเครื่องปรุงมีโซเดียมสูงมากแม้ในปริมาณเล็กน้อย

    ขนมขบเคี้ยว

    ขนมกรุบกรอบรสเค็ม เช่น มันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบ และขนมรสชาติปรุงแต่ง มีปริมาณโซเดียมสูง แม้จะกินเพียงเล็กน้อย แต่หากกินบ่อย ๆ จะสะสมจนเกินความต้องการของร่างกาย

    ตัวอย่างอาหารที่ควรระวัง
    • มันฝรั่งทอดกรอบ
    • ข้าวเกรียบกุ้ง
    • ขนมรสชีสหรือรสเครื่องเทศ

    ซอสและเครื่องปรุงรส

    หลายคนอาจไม่ทันคิดว่าเครื่องปรุงรสเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เติมในอาหารเป็นประจำมีโซเดียมสูงมาก ซอสถั่วเหลือง น้ำปลา ซอสมะเขือเทศ และน้ำจิ้มต่าง ๆ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมเกิน

    ตัวอย่างอาหารที่ควรระวัง
    • ซอสถั่วเหลืองและซีอิ๊ว
    • น้ำปลา
    • น้ำจิ้มไก่หรือน้ำจิ้มสุกี้
    • ซอสพริกและซอสมะเขือเทศ

    อาหารฟาสต์ฟู้ด

    อาหารจานด่วน เช่น แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า และเฟรนช์ฟรายส์ มักมีการใส่เกลือหรือซอสปรุงรสเพื่อเพิ่มรสชาติ ทำให้มีปริมาณโซเดียมสูงกว่าที่คิด

    ตัวอย่างอาหารที่ควรระวัง
    • พิซซ่า: มักมีชีสและซอสที่เค็ม
    • แฮมเบอร์เกอร์: เนื้อสัตว์ปรุงรสและซอสต่าง ๆ มีโซเดียมสูง
    • เฟรนช์ฟรายส์: โรยเกลือเพิ่มรสชาติ

    ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และขนมปัง

    แม้ว่าขนมปังและเบเกอรี่จะไม่รสเค็มจัด แต่แป้งที่ใช้ทำมักมีการเติมเกลือเพื่อปรับรสชาติและเนื้อสัมผัส

    ตัวอย่างอาหารที่ควรระวัง
    • ขนมปังแซนด์วิช
    • เค้กและคุกกี้บางชนิด
    • พายหรือขนมอบที่มีไส้เนื้อสัตว์

    ผลเสียจากการบริโภคโซเดียมเกิน

    ความดันโลหิตสูง

    โซเดียมทำให้ร่างกายเก็บน้ำ ส่งผลให้ปริมาณเลือดในร่างกายเพิ่มขึ้นและทำให้ความดันโลหิตสูง

    โรคหัวใจและหลอดเลือด

    เมื่อความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

    โรคไต

    ไตต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย หากได้รับโซเดียมเกินเรื้อรังอาจทำให้ไตเสื่อมได้

    กระดูกพรุน

    การได้รับโซเดียมมากเกินไปสัมพันธ์กับการสูญเสียแคลเซียม ซึ่งทำให้กระดูกอ่อนแอและเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน


    วิธีการลดโซเดียมในชีวิตประจำวัน

    เลือกอาหารสดแทนอาหารแปรรูป

    ผักสด ผลไม้สด และเนื้อสัตว์สดมีโซเดียมต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับอาหารสำเร็จรูป

    อ่านฉลากโภชนาการ

    ก่อนซื้ออาหารสำเร็จรูปควรตรวจสอบปริมาณโซเดียม หากพบว่ามีปริมาณสูงควรหลีกเลี่ยงหรือเลือกยี่ห้อที่มีโซเดียมน้อยกว่า

    ลดการใช้เครื่องปรุงรสเค็ม

    ใส่เกลือ น้ำปลา หรือซอสให้น้อยลง และหันมาใช้สมุนไพร เครื่องเทศ หรือมะนาวแทนเพื่อเพิ่มรสชาติ

    จำกัดการกินขนมขบเคี้ยว

    ลดการบริโภคขนมกรุบกรอบและอาหารรสจัด หันมากินผลไม้หรือธัญพืชไม่ปรุงรสแทน

    เลือกเมนูสุขภาพเมื่อต้องกินอาหารนอกบ้าน

    หากต้องกินอาหารนอกบ้าน ควรเลือกเมนูต้ม นึ่ง หรืออบ แทนอาหารทอดหรือราดซอส

    เคล็ดลับ 5 ข้อ ลดโซเดียมในชีวิตประจำวัน

    การลดโซเดียมไม่ได้หมายถึงการกินอาหารจืดชืดเสมอไป แต่เป็นการปรับวิธีเลือกและปรุงอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับโซเดียมเพียงพอโดยไม่มากเกินไป

    1. ทำอาหารเองบ่อยขึ้น

    การทำอาหารเองช่วยควบคุมปริมาณเกลือและซอสที่ใช้ได้ดีกว่าการซื้ออาหารสำเร็จรูป สามารถใช้สมุนไพร เช่น ขิง กระเทียม พริกไทย หรือมะนาว เพิ่มรสชาติแทนเกลือ

    2. อ่านฉลากโภชนาการ

    ควรเลือกซื้ออาหารที่มีสัญลักษณ์โซเดียมต่ำ หรือดูตารางโภชนาการและเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมไม่เกิน 140 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

    3. ลดขนมขบเคี้ยวและอาหารฟาสต์ฟู้ด

    การเลี่ยงขนมกรุบกรอบและอาหารจานด่วนที่เต็มไปด้วยโซเดียม จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก และเปลี่ยนมาทานผลไม้สดหรือธัญพืชอบแทน

    4. ใช้วิธีการปรุงอาหารที่ไม่ต้องพึ่งเกลือ

    อาหารต้ม นึ่ง อบ หรือย่าง โดยใช้เครื่องเทศและสมุนไพรสามารถทำให้รสชาติกลมกล่อมได้โดยไม่ต้องเติมโซเดียมมาก

    5. ค่อย ๆ ลด ไม่ต้องหักดิบ

    การลดโซเดียมทีละน้อยจะทำให้ลิ้นค่อย ๆ ปรับตัว และสามารถรับรสชาติธรรมชาติของอาหารได้ดีขึ้น


    ตัวอย่างเมนูอาหารที่ลดโซเดียม

    เมนูเช้า

    • ข้าวต้มปลาใส่ผัก หลีกเลี่ยงการใส่น้ำปลาหรือซอส
    • แซนด์วิชโฮลวีทใส่ผักสดและอกไก่ย่างไม่ปรุงเค็ม

    เมนูกลางวัน

    • ข้าวกล้องกับผัดผักรวมใส่กระเทียมและน้ำมันมะกอกเล็กน้อย
    • สลัดผักสดใส่น้ำสลัดแบบโฮมเมดที่ใช้โยเกิร์ตแทนมายองเนส

    เมนูเย็น

    • แกงจืดเต้าหู้หมูสับใส่สาหร่าย ปรุงรสอ่อน
    • ปลาอบสมุนไพรเสิร์ฟคู่มันฝรั่งนึ่งและผักต้ม

    ของว่าง

    • ผลไม้สดตามฤดูกาล
    • ถั่วอบไม่เค็มหรือธัญพืชอบกรอบ

    แนวทางจากภาครัฐและสังคม

    การควบคุมมาตรฐานอาหาร

    หน่วยงานด้านสาธารณสุขควรกำหนดปริมาณโซเดียมสูงสุดในอาหารสำเร็จรูปและฟาสต์ฟู้ด เพื่อช่วยควบคุมการบริโภคของประชาชน

    การให้ความรู้

    การรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน เช่น การใช้สัญลักษณ์ “ไฟจราจรโภชนาการ” บนบรรจุภัณฑ์ จะช่วยให้ผู้บริโภคเลือกอาหารที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น

    การสนับสนุนอาหารสด

    การเข้าถึงผัก ผลไม้ และอาหารสดในราคาที่เหมาะสม จะทำให้ประชาชนมีทางเลือกแทนการซื้ออาหารแปรรูปที่มีโซเดียมสูง


    มุมมองในอนาคต

    การลดโซเดียมไม่ใช่เพียงการดูแลสุขภาพส่วนบุคคล แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมการกินที่ดีในสังคม เมื่อครอบครัว โรงเรียน ร้านอาหาร และผู้ผลิตอาหารให้ความสำคัญกับการลดโซเดียม จะช่วยลดภาระโรคเรื้อรังในระดับประเทศได้อย่างยั่งยืน

    สรุปเชิงปฏิบัติ: เช็กลิสต์ลดโซเดียมในชีวิตประจำวัน

    เพื่อให้การลดโซเดียมเป็นเรื่องง่ายและทำได้จริง ผู้อ่านสามารถใช้เช็กลิสต์นี้ในชีวิตประจำวัน

    เช้าก่อนออกจากบ้าน

    • เลือกอาหารเช้าที่ทำจากวัตถุดิบสด เช่น ไข่ต้ม ข้าวต้ม หรือผลไม้ แทนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
    • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชูกำลังหรือน้ำอัดลมที่มีโซเดียมแฝง

    ระหว่างวัน

    • พกผลไม้หรือถั่วอบไม่เค็มไว้เป็นของว่าง แทนขนมขบเคี้ยวรสจัด
    • หากต้องซื้ออาหารนอกบ้าน เลือกเมนูที่นึ่ง ต้ม หรือต้มยำรสอ่อนแทนของทอดราดซอส

    กลางคืน

    • ปรุงอาหารเอง ลดการใส่เกลือและซอส
    • ใช้สมุนไพรสด เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด หรือขิง เพื่อเพิ่มรสชาติ

    ทุกครั้งก่อนซื้อของ

    • อ่านฉลากโภชนาการ โดยเลือกสินค้าที่มีโซเดียมไม่เกิน 140 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
    • เปรียบเทียบหลายยี่ห้อก่อนตัดสินใจซื้อ

    บทบาทของครอบครัว

    ครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของการสร้างนิสัยการกิน หากผู้ปกครองทำอาหารที่มีโซเดียมต่ำและสอนลูกหลานให้รู้จักเลือกอาหารอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นโดยไม่ติดรสเค็ม การปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์จะทำให้พวกเขามีแนวโน้มเลือกอาหารเพื่อสุขภาพเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่


    บทบาทของสังคมและโรงเรียน

    โรงเรียนควรจัดเมนูอาหารกลางวันที่มีปริมาณโซเดียมเหมาะสม และลดการจำหน่ายขนมกรุบกรอบที่มีรสเค็ม นอกจากนี้ ร้านอาหารและผู้ผลิตอาหารก็มีส่วนสำคัญในการปรับสูตร เพื่อลดโซเดียมและเพิ่มทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพให้กับผู้บริโภค


    การปรับเปลี่ยนทีละขั้น

    การลดโซเดียมไม่จำเป็นต้องทำแบบหักดิบ เพราะอาจทำให้รู้สึกว่ารสชาติอาหารไม่น่ารับประทาน การปรับทีละน้อย เช่น ลดการใส่เกลือครึ่งหนึ่งในเมนูประจำ หรือเลือกอาหารสำเร็จรูปที่มีโซเดียมน้อยกว่า จะทำให้ลิ้นค่อย ๆ ปรับตัวและคุ้นชินกับรสชาติธรรมชาติ


    มุมมองสุขภาพระยะยาว

    เมื่อคนเราลดการบริโภคโซเดียมได้ตามคำแนะนำ ความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต และโรคกระดูกพรุนก็จะลดลงอย่างมาก สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยยืดอายุขัย แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว


    สรุปสุดท้าย

    โซเดียมไม่ได้มาจากเกลือที่เราเห็นบนโต๊ะอาหารเท่านั้น แต่อยู่ในอาหารแปรรูป ซอสปรุงรส ขนมขบเคี้ยว และอาหารฟาสต์ฟู้ด การใส่ใจเลือกอาหารสดใหม่ ทำอาหารเอง ลดเครื่องปรุงรสเค็ม และอ่านฉลากโภชนาการ จะช่วยควบคุมปริมาณโซเดียมที่ร่างกายได้รับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    การเริ่มต้นวันนี้ แม้จะเป็นการปรับเล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนอนาคตสุขภาพให้แข็งแรงและห่างไกลจากโรคเรื้อรังได้อย่างยั่งยืน

    Eccentric Thailand: เทศกาล รสชาติ และสีสันที่น่าตื่นตาตื่นใจ การรักษา วัณโรค ใช้เวลานานเท่าไรถึงจะหาย ซูเปอร์ฟู้ดท้องถิ่น: ทางเลือกสุขภาพที่คุ้มค่า ผลกระทบของการออกกำลังกายต่อสมดุล ฮอร์โมน และอารมณ์ ไม่ใช่แค่ เกลือ บนโต๊ะอาหาร: ระวังแหล่งโซเดียมที่ซ่อนอยู่ในอาหาร
    Jesse Foster

    Related Posts

    ทะเลสาบนาทรอน: ทะเลสาบ แดงลึกลับที่ตราตรึงใจ

    August 30, 2025

    หมู่เกาะคิริมบาส: สวรรค์ลับริมชายฝั่ง โมซัมบิก

    August 29, 2025

    อุทยานแห่งชาติบาร์เดีย: สวรรค์ที่ซ่อนเร้นสำหรับชม เสือ เบงกอล

    August 28, 2025

    Comments are closed.

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.